สวัสดีค่ะ บลอกความงาม ยินดีต้อนรับค่ะ พบกับ เรื่องราวสาระดี ๆ เกี่ยวกับความงามและสุขภาพ พร้อมทั้งแนะนำแหล่งชอปปิ้ง สินค้าด้านความงาม ลดราคาสุดพิเศษ ถูกมาาาาก จนต้องตะลึง...
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีทดสอบสารอันตรายในเครื่องสำอาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิธีทดสอบสารอันตรายในเครื่องสำอาง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธีทดสอบสารอันตรายในเครื่องสำอาง How to Test Hazardous Materials in Cosmetic

สารอันตรายที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศห้ามใช้ ใีนการผลิตเครื่องสำอาง ที่สำคัญและมีบทบาทก่อให้เกิดอันตรายทั้งด้านผิวพรรณ และ สุขภาพ ได้แก่


1. สารไฮโดรควิโนน ในครีมทาฝ้า มีฤทธิ์ในการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง(เมลานิน) ทำให้หน้าขาวขึ้น แต่เป็นการลดการสร้างเมลานินเพียงชั่วคราวเท่านั้น หากหยุดใช้ครีมทาฝ้าดังกล่าว สีผิวจะกลับเป็นอย่างเดิมหรือเป็นมากกว่าเดิม ข้อดีของสารไฮโดรควิโนนคือ ไม่ทำลายเซลล์สร้างสี แต่มักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ และหากใช้ไฮโดรควิโนนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 6 เดือน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อภายในผิวหนังทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ ซึ่งอาจเกิดจากการที่ผิวหนังมีการปรับตัวให้สร้างเม็ดสีมากขึ้น




ภาพจาก เอกสารภาพนิ่ง
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1
จังหวัดตรัง
2. สารปรอทแอมโมเนีย ในครีมทาป้องกันฝ้า หรือ เรียกกันว่าครีมไข่มุก นั้น จะออกฤทธิ์ในการลดการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง ทำให้ใบหน้าขาวขึ้น แ่ต่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ มีผื่นแดง ผิวหน้าดำ เมื่อหยุดใช้ ผิวบางลงได้ และหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี่สวนผสมของปรอทแอมโมเนียติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้มีการสะสมปรอทในผิวหนัง และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับ และไตพิการ โรคโลหิตจาง ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น

วิธีการตรวจสอบปรอทแอมโมเนียในเครื่องสำอาง



ภาพจากแผ่นพับ
อันตรายเครื่องสำอาง
ผิดกฎหมาย รุ่นที่ 4
(ผลิต กันยายน 2553)
3. กรดวิตามินเอ (วิตามินเอแอซิด หรือ เรติโนอิกแอซิด หรือ เตรติโนอิน) นิยมใช้ในการรักษาสิว มีฤทธิ์กระตุ้นการหลุดลอกของผิวหนังชั้นนอกอย่างรุนแรง และยังลดการยึดติดกันของเซลล์ผิวหนัง เมื่อเซลล์หลุดลอกออกได้ง่าย ก็จะทำให้การอุดตันของไขมันที่ผิวหนังลดลง จึงใช้รักษาสิวได้ แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะอาจทำให้ผู้ใช้เกิดอันตรายได้ เช่น หน้าแดง ระคายเคือง แสบร้อนรุนแรง ผิวหน้าลอก และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นกฎหมายจึงกำหนดให้กรดวิตามินเอเป็นสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง หากผู้ใดลักลอบใส่ในเครื่องสำอางจะมีความผิดตามที่กฎหมายกำหนดค่ะ

วิธีตรวจสอบกรดวิตามินเอในเครื่องสำอาง




ข้อมูลอ้างอิง :
1. หนังสือความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษ เล่ม 15 พ.ศ. 2544 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หน้า9-14.

ศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

2. สายด่วนอย. เมนู 1024 เรื่อง วิตามินเอ และกรดวิตามินเอ ต่างกันอย่างไร

3. เอกสารภาพนิ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 จังหวัดตรัง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่่ค่ะ


[ ... ]

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วิธีการตรวจสอบสารไฮโดรควิโนน ในเครื่องสำอาง อย่างง่าย ๆ ด้วยตัวเอง Hydroquinone Cosmetic Testing

การตรวจสอบสารอันตรายในเครื่องสำอาง>วิธีตรวจสอบสารไฮโดรควิโนน


การตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนหรือไม่

ผลิตภัณฑ์อันตรายที่อ้างว่าทาฝ้า ทําให้หน้าขาว อาจพบว่ามีการลักลอบผสมไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอาง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารไฮโดรควิโนนผสมอยู่ อาจส่งผลให้ เกิดอาการแพ้ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวร รักษาไม่หาย

วิธีทดสอบอย่างง่าย

1. หยดหรือป้ายเครื่องสําอางที่สงสัยลงบนกระดาษทิชชูสีขาว แล้วหยด 0.1 N Sodium Hydroxide Solution ลงไปในบริเวณรอยเครื่องสำอาง ทิ้งไว้สักครู่

หากสีเครื่องสำอาง เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แสดงว่า อาจมีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน

2. ใช้น้ำผงซักฟอกเข้มข้น โดยใช้ผงซักฟอกละลายในน้ำปริมาณเล็กน้อย ผสมกับน้ำ เพื่อให้ได้น้ำผงซักฟอกเข้มข้น นำน้ำผงซักฟอกที่ได้มาหยด ลงบนรอยเครื่องสำอาง ทิ้งไว้สักครู่

หากสีเครื่องสำอาง เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แสดงว่า อาจมีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน

3. กรณีที่เนื้อครีมมีความข้นเหนียว ให้ละลายเนื้อครีมในแอลกอฮอล์ (ใช้เพียงเล็กน้อย)ให้เนื้อครีมอ่อนเหลวลง เสียก่อน จากนั้นจึงนำเนื้อครีมที่ได้มาหยดลงบนกระดาษทิชชู แล้งจึงทดสอบด้วย สารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ตามข้อ 1 หรือ น้ำผงซักฟอก ตามข้อ 2

การทดสอบนี้ เป็นการทดสอบเบื้องต้นอย่างง่าย ๆ โดยใช้หลักการ การเปลี่ยนสีของสารไฮโดรควิโนนเป็นสีน้ำตาล เมื่อมีสภาพเป็นด่าง อย่างไรก็ตาม เืพื่อความชัดเจนถูกต้อง ควรใช้ ชุดเครื่องมือตรวจสอบ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือ เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ และท่านสามารถแจ้งผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะมีสารไฮโดรควิโนน โดยโทรแจ้งสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่หมายเลข โทร.0-2590-7354 ถึง 5 หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง



การใช้ชุดทดสอบ สารไฮโดรควิโนน ในเครื่องสำอาง ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

หลักการ : สารเคมีที่ใช้ในการทดสอบจะทำปฏิกิริยากับไฮโดรควิโนน ให้ สีเขียว ถึง สีน้ำเงินดำ

ปริมาณต่ำสุดของสารไฮโดรควิโนนที่ตรวจพบได้
0.006 % w/w ในครีมเหนียว
0.014 % w/w ในโลชั่น

ชุดทดสอบสารไฮโดรควิโนน ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 1 ชุด สามารถตรวจได้ 20 ตัวอย่าง


อุปกรณ์ประกอบด้วย

1. จานหลุม
2. ขวดสารเคมี
3. ก้านไม้ปลายแบน
4. ก้านพลาสติกปลายแบน
5. หลอดหยดพลาสติก


วิธีการตรวจสอบ
1. ใช้ก้านพลาสติกตักสารเคมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวใส่ลงในจานหลุมพลาสติก
ภาพจาก เอกสารภาพนิ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 จังหวัดตรัง

2. ใช้ก้านไม้ปลายแบนตักครีมตัวอย่างขนาดครึ่งเมล็ดถั่วลิสงลงในหลุมสารเคมี (กรณีที่ตัวอย่างเป็นของเหลว ให้ใช้หลอดหยดพลาสติกดูดและหยดตัวอย่างประมาณ 3 หยด)

ภาพจาก เอกสารภาพนิ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 จังหวัดตรัง

3. ใช้แท่งไม้ปลายแบนคนให้สารเคมีและตัวอย่างเข้ากันและสังเกตสีที่เกิดขึ้นภายใน 5 วินาที

ภาพจาก เอกสารภาพนิ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 จังหวัดตรัง


การอ่านผล

ผลบวก (พบสารไฮโดรควิโนน) : เกิดสีเขียวถึงสีน้ำเงินดำ
ผลลบ (ไม่พบสารไฮโดรควิโนน) : สีเดิมของตัวอย่าง สีน้ำตาล หรือสีเขียวอ่อนหลังจาก 5 วินาทีไปแล้ว


วีดีโอ การใช้ชุดทดสอบกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทดสอบสารไฮโดรควิโนน ในเครื่องสำอาง
เผยแพร่โดย uckkpho@youtube.com









ที่มา :
1. เอกสารเผยแพร่ อย. อันตรายจากการใช้เครื่องสำอาง
ดาวน์โหลดได้ที่นี่ค่ะ

2. เอกสารภาพนิ่ง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่่ค่ะ


[ ... ]